วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

VAIO เวียนกลับแล้ว ! เปิดตัวโน๊ตบุ๊คแล็ปท็อป Z ซีรีส์ แบบไฮบริด

ถือเป็นการริเริ่มต้นศักราชใหม่ของแบรนด์ VAIO ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ร่มเงาของ Sony อีกรองลงไป ภายหลังถูกขายต่อให้กับกลุ่มกองทุนรวมของญี่ปุ่น กับล่าสุดได้โหมโรงคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปสองรุ่นใหม่ VAIO Z พร้อมด้วย VAIO Z Canvas
ขึ้นต้นกันที่ VAIO Z ได้รับฉายาว่า Monster PC มีหน้าจอแสดงผลขนาด 13.3 นิ้ว มีรุ่นที่ใช้ชิป Intel Core i5 ด้วยกันรุ่นที่ใช้ Intel Core i7, บอดี้ใช้อลูมิเนียมคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ น้ำหนัก 1.34 กิโลกรัม ตัวเครื่องมีความหนา 16.8 มิลลิเมตร มีโหมด multiflip ที่่ช่วยพับหน้าจอจากแล็ปท็อปให้กลายเป็นแท็บเล็ตได้ ชาร์จหนึ่งครั้งเก่งใช้งานได้นานสูงสุด 15.5 ชั่วโมง สนนราคาเริ่มอยู่ที่ 190,000 เยน ใช่ไหมประมาณ 52,000 บาท
ซีรีส์ถัดมาเป็น VAIO Z Canvas ได้รับฉายาว่า Monster Tablet หน้าจอขนาด 12.7 ความละเอียดการแสดงผล 2,560 x 1,704 พิกเซล ให้โทนสี Adobe RGB ถึง 95% ใช้ชิป Intel Core i7, SSD 256GB เก่งถอดแป้นพิมพ์ได้ ทำให้เปลี่ยนรูปแบบการใช้งานจากแล็ปท็อปให้กลายเป็นแท็บเล็ต พร้อมการใช้งานร่วมกับสไตลัสได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ยังไม่มีการเปิดแสดงตัวมูลค่าออกมาในเวลานี้
เจ้าโน๊ตบุ๊ค VAIO Z เริ่มทำเปิดจองในประเทศญี่ปุ่นแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ส่วน VAIO Z Canvas อาจต้องรอจนถึงเดือนพฤษภาคม ส่วนจะขยายการวางจำหน่ายออกนอกญี่ปุ่นด้วยไม่ก็ไม่ยังมีข้อมูลในเวลานี้ครับ
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2558

[รีวิว] OPPO N3 มือถือรุ่นเอี่ยมอ่องกล้องม้วนได้ 206 องศา

[รีวิว] OPPO N3 มือถือกล้องหมุนได้ รุ่นต่อยอด ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่หมุนได้ 206 องศา พร้อมความปลอดภัยอีกขั้น ด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือ
src=http://p3.isanook.com/hi/0/ud/278/1394101/oppo_n31.jpg
ถ้าแม้ถามถึง สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธง ที่น่าจับตามองมากที่สุด ณ ชั่วโมงนี้ คงจักต้องมีชื่อของ OPPO N3 กันอย่างแน่นอน
เพราะสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ คือรุ่นสานต่อของ OPPO N1 ที่ถือว่าเป็นต้นกำเนิดของ มือถือกล้องหมุนได้ นั่นเอง ซึ่ง OPPO N3 ถือว่า ล้ำหน้ากว่า OPPO N1 ในหลายๆ จุดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น กล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-LED คมชัดมากขึ้นกว่าเดิม
เชี่ยวชาญหมุนใช้งานเป็นกล้องด้านหน้าได้ เพราะว่าหมุนได้ถึง 206 องศาระบบสแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่อง อาจจดจำลายนิ้วมือได้สูงสุด 5 ลายนิ้วมือ, อุปกรณ์สั่งงานแบบไร้สายที่มีชื่อว่า O-Click Control, หน้าจอแสดงผลกว้าง 5.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD (1080p), หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Processor ความเร็ว 2.3 GHz พร้อมด้วย ระบบปฏิบัติการ Color OS
นอกจากนี้ ยังชาร์จแบตเตอรี่ได้ไวขึ้น ด้วยเทคโนโลยี VOCC ด้วยการชาร์จเหมือน 5 นาที อาจใช้คุยโทรศัพท์ได้นานถึง 2 ชั่วโมง หรือชาร์จเท่า 30 นาที แบตเตอรี่เพิ่มขึ้นถึง 75% กับรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดอีกด้วย
เรียกได้ว่า OPPO N3 มาพร้อมกับคุณสมบัติที่อัดแน่น ครบครันทุกการใช้งาน กับมูลค่าเปิดตัวที่ 19,990 บาทซึ่งจะคุ้มค่าต่อการใช้งานหรือว่าไม่ ในวันนี้เราจักมาพิสูจน์ไปพร้อมๆ กันกับบทความ รีวิว OPPO N3 เพราะฝ่ายงาน techmoblog ครับ
สเปค OPPO N3
• จอแสดงผลกว้าง 5.5 นิ้ว แบบ TFT LCD Capacitive Touchscreen 16.7 ล้านสี ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (403 ppi)
• หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Processor (Qualcomm Snapdragon 801 MSM8974AA chipset) ความเร็ว 2.3 GHz
หน่วยประมวลผลภาพ Adreno 330 GPU
• RAM ขนาด 2 GB
• หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง ขนาด 32 GB รองรับ microSD Card สูงสุด 128 GB
• รันระบบปฏิบัติการ Color OS เวอร์ชัน 2.0 ซึ่งมีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 4.4.4 (KitKat)
• กล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-LED เพราะโมดูลกล้อง เก่งหมุนได้ 206 องศา พร้อมทั้งใช้งานเป็นกล้องด้านหน้าได้
• แบตเตอรี่ Li-ion 3000 mAh
• รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด
>> สเปค OPPO N3 อย่างละเอียด คลิกที่นี่
รีวิว OPPO N3 : ดีไซน์ พร้อมด้วยการออกแบบ
src=http://p3.isanook.com/hi/0/ud/278/1394101/oppo_n32.jpg
OPPO N3 มาพร้อมหน้าจอแสดงผลกว้าง 5.5 นิ้ว แบบ TFT LCD Capacitive Touchscreen 16.7 ล้านสี ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (403 ppi) ซึ่งถือว่า มีขนาดหน้าจอเล็กกว่า OPPO N1 ที่มีขนาดหน้าจออยู่ที่ 5.9 นิ้ว เล็กน้อย แต่มีข้อดีคือ สามารถพกพาได้สะดวกมากขึ้น กับมีน้ำหนักที่เบากว่า เพราะว่าน้ำหนักของตัวเครื่อง OPPO N3 อยู่ที่ 192 กรัม
src=http://p3.isanook.com/hi/0/ud/278/1394101/oppo_n33.jpg
src=http://p3.isanook.com/hi/0/ud/278/1394101/oppo_n34.jpg
ด้านบนของหน้าจอแสดงผล ประกอบด้วย Proximity Sensor เพื่อการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน, Ambient Light Sensor สำหรับตรวจวัดความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอและแผงปุ่มกดให้เหมาะสม และลำโพงเหตุด้วยสนทนา ซึ่งเชี่ยวชาญหมุนกล้องด้านหลัง มาเป็นกล้องด้านหน้าได้ ความละเอียดอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-LED เพราะว่าตัวกล้องเก่งหมุนได้ถึง 206 องศา บุด้วยหนังเทียม ทำให้ดูหรูหราไปอีกระดับ
src=http://p3.isanook.com/hi/0/ud/278/1394101/oppo_n35.jpg
ด้านล่างของหน้าจอแสดงผล ประกอบด้วย ปุ่มควบดูแลการทำงานแบบสัมผัส 3 ปุ่มหลัก ได้แก่ ปุ่มเมนู, ปุ่ม Home และปุ่มย้อนกลับ
src=http://p3.isanook.com/hi/0/ud/278/1394101/oppo_n36.jpg
Skyline Notification 2.0 แสงแจ้งเตือนจักปรากฏขึ้นครั้งได้รับการแจ้งเตือนต่างๆ เช่น มีสายที่ไม่ได้รับ, มีข้อความที่ไม่ได้อ่าน, แจ้งเตือนครั้งแบตเตอรี่อยู่ในระดับต่ำ ด้วยกันตราบใดมีการชาร์จแบตเตอรี่
src=http://p3.isanook.com/hi/0/ud/278/1394101/oppo_n37.jpg
เพราะด้วยขอบตัวเครื่องบน OPPO N3 นั้น ทำจากวัสดุอะลูมิเนียม อัลลอยด์ ซึ่งมีความแข็งแรงทนทาน เพราะด้านขวาของตัวเครื่อง ประกอบด้วย ปุ่มปรับระดับเสียง พร้อมกับช่องหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร ส่วนด้านซ้ายของตัวเครื่อง ประกอบด้วย ถาดใส่ซิมการ์ด, ปุ่ม Power เหตุด้วยเปิด-ปิดตัวเครื่อง หรือล็อคหน้าจอแสดงผล และพอร์ต microUSB
src=http://p3.isanook.com/hi/0/ud/278/1394101/oppo_n38.jpg
OPPO N3 รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดภายในเครื่องเดียว เพราะช่องซิมการ์ดที่ 1 รองรับซิมการ์ดแบบ microSIM ส่วนช่องซิมการ์ดที่ 2 รองรับซิมการ์ดแบบ nanoSIM และเป็นช่องเนื่องด้วยหน่วยความจำเสริมแบบ microSD Card ด้วย (รองรับสูงสุด 128 GB) ซึ่งจักต้องเเล่าลือกอย่างใดอย่างหนึ่งครับ (ถ้าสมมติเเอิกเกริกกใส่ microSD Card ก็จะไม่สามารถใส่ซิมการ์ดได้)
src=http://p3.isanook.com/hi/0/ud/278/1394101/oppo_n39.jpg
ด้านบนของตัวเครื่อง ไม่มีปุ่มควบดูแลการทำงานใดๆ ส่วนด้านล่างของตัวเครื่อง เป็นไมโครโฟนตัวหลักด้วยว่าสนทนา กับลำโพงเสียง
src=http://p3.isanook.com/hi/0/ud/278/1394101/oppo_n310.jpg
src=http://p3.isanook.com/hi/0/ud/278/1394101/oppo_n311.jpg
กรอบด้านหลังของ OPPO N3 เป็นวัสดุผิวเรียบลื่น ประกอบไปด้วย กล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-LED, ไมโครโฟนตัวที่สองเพื่อตัดเสียงรบกวนรอบข้าง, โลโก้ OPPO กับระบบสแกนลายนิ้วมือ ที่อาจจดจำลายนิ้วมือได้สูงสุดถึง 5 ลายนิ้วมือด้วยกัน ส่วนกล้องด้านหลังนั้น สามารถหมุนสลับไปเป็นกล้องด้านหน้าได้
src=http://p3.isanook.com/hi/0/ud/278/1394101/oppo_n312.jpg
O-Click รีโมตสำหรับควบคุมการสั่งงานบน OPPO N3 โดยถูกออกแบบให้มีขนาดเล็ก พร้อมช่องเพราะว่าใส่สายคล้อง เหรอคล้องกับพวงกุญแจ ช่วยให้รอบรู้พกพาได้สะดวกขึ้นนั่นเองครับ
ส่วนคุณสมบัติของ O-Click ก็ได้แก่ เป็นรีโมตในการควบควบคุมการถ่ายรูป ทั้งการหมุนกล้อง ด้วยกันการชัตเตอร์, กด O-Click สองครั้งเพื่อให้โทรศัพท์ดัง พร้อมทั้งมีระบบแจ้งเตือน ครั้นสมาร์ทโฟนอยู่นอกสัญญาณของ O-Click
ข้อควรทราบ: “เครื่อง OPPO N3 ที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้ เป็นเหมือนเครื่องวัดใจจากทาง ออปโป้ เท่านั้น ยังไม่ใช่เครื่องที่วางจำหน่ายจริงๆแต่อย่างใด ก็เพราะว่าฉะนั้นตัวเครื่อง หรือไม่ก็ฟังก์ชันการทำงานบางอย่างอาจจักยังไม่สมบูรณ์ 100% เหมือนกับเครื่องที่วางจำหน่ายแท้จริง”

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1394101/

วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2558

ชีวันวงศาคณาญาติถูกโค่นด้วยเทคโนโลยี

ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีที่ทันช่วงเวลามากขึ้น ทำให้สมาร์ทโฟนกลายมาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบัน ทำให้ส่งผลไปถึงพฤติกรรมในการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน
ซึ่งวันนี้เราก็ได้หยิบเอาอีกหนึ่งตัวอย่างการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของ คุณ สมาชิกหมายเลข 1950451 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่เกิดเหตุการณ์กับตัวเองมาฝากกัน
สวัสดีครับ ก่อนจักเล่าเรื่องราวของครอบครัวผม ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจก่อนซักนิดครับ
- ผมเป็นคนที่ใช้ Pantip เป็นประจำ แต่ล็อคอินนี้ผมสมัครใหม่ เพราะไม่ใคร่ให้ใครรู้จักตัวนักครับ
- คราวผมโพสต์แล้ว ล็อคอินนี้ผมจักไม่กลับมาใช้อีก ดังนั้นผมจึงไม่ขอตอบอะไรทั้งสิ้นครับ
- ข้อมูลบางอย่างที่เป็น Fact ผมอาจขอปรับบ้าง เช่นถ้าผมบอกให้ทราบว่าผมสูง 170 ข้อมูลแท้อาจเป็น 185 เพื่อไม่ให้คนที่รู้จักตัวผมมาอ่านแล้วรู้ว่าเป็นผม แต่เรื่องราวทั้งหมด จะยังคงอยู่ตามเดิม
- อ่านให้เป็นนิยายแล้วกันครับ ผมแค่กระหายระบายเท่านั้นเอง
ถ้าเข้าใจตรงกันแล้ว ขอเปิดม่านเลยก็แล้วกันครับ
ผมกับแฟน คบกันมาตั้งแต่เรียนปี 2 คบกันมาเรื่อยๆจนเรียนจบ ต่างคนต่างทำงานได้ซัก 3-4 ปี ก็ปลงใจแต่งงานกัน เพราะผมเองยอมรับโดยตรงว่า ผมมีความสัมพันธ์แบบลึกซึ้งกับเค้าเป็นคนแรก ถึงแม้จะเคยมีแฟนมาก่อนก็ตาม กับผมก็มั่นใจว่า ผมก็เป็นคนแรกของแฟนผมเช่นกัน
ผมรักเค้ามากครับ รักจนเก่งยอมได้ทุกอย่าง เพราะว่าเค้าเป็นคนดีมากแท้จริงๆ ช่วงชีวิตตกต่ำของผมจะมีขนาดไหน เค้าก็อยู่กับผมตลอด ผมจึงต้องพยายามทำทุกอย่างให้เค้ามีความสุข ผมแต่งกับเค้าได้เกือบๆ 2 ปี ก็เปิดฉากมีลูกคนแรก ชีวิตก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ก็เพราะว่าชีวิต Sex ของเราเปิดม่านเปลี่ยนไปเล็กน้อย เพราะแฟนผมเค้ามีความต้องการน้อยลง เวลาผมต้องการเค้าจักไม่ยอมตลอด
ช่วงนั้นมีประมาณการเดือนละครั้งเอง ผมก็ยอมเค้า เวลาผมมีอารมณ์ ก็เลือเลื่องกวิธีการช่วยตัวเอง เพราะว่าคิดว่าเค้าคงเหนื่อยกับงานพร้อมกับการเลี้ยงลูก เลยไม่มุ่งหมายให้เค้าหงุดหงิดอีกครับ
พอลูกขึ้นต้นโตใกล้เข้าโรงเรียน ผมกับเค้าก็ซื้อ iPhone4 กันคนละเครื่อง โดยที่ไม่เคยรู้เลยว่า มันจักเป็นสาเหตุที่ทำให้ชีวิตครอบครัวผมพังได้ ผมใช้มากันได้ซักพัก มันก็มีแอพ Find my iPhone ออกมา ผมก็จัดการลงแอพนี้ไว้ทั้ง 2 เครื่องเพราะว่าที่แฟนผมไม่รู้ พร้อมกับที่สำคัญ เค้าเป็นคนไม่ค่อยถนัดเรื่องพวกนี้เลย แอคเค้าท์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Line หรือ Apple ID ผมจัดการให้หมด ขนาด Password เองเค้ายังไม่รู้เลยครับ ซึ่งหมายความว่า ถ้าผมปรารถนารู้ปางไหร่ว่าแฟนผมอยู่ที่ไหน ผมก็เปิด Find my iPhone แล้ว Login เครื่องเค้า ผมก็รู้ทันทีว่าอยู่ที่ไหนครับ
อีกไม่กี่ปีต่อมา ผมก็มีลูกกันอีกคน แล้วแฟนผมก็ทำหมันเลย ก็เพราะว่าเราคิดกันว่ามีแค่ 2 คนก็พอแล้วเพราะว่ารายได้ของเรา 2 คน ชีวิตรักด้วยกันชีวิตครอบครัวก็ดูจักสมบูรณ์ขึ้น แต่ละวันผมมีความสุขมากครับ ก็เพราะว่าลูกทั้ง 2 คนก็น่ารัก และกับแฟนก็รักกันดีตลอด ถึงแม้จะทะเลาะกันบ้าง แต่ก็ผลัดกันง้อมาเรื่อย จนทำให้ผมคิดว่าในโลกนี้คงไม่มีใครมีความสุขกว่าผมได้อีกแล้วครับ
แต่กลายเป็นว่า ผมคิดผิดแล้วครับ เริ่มต้นจากหลังคลอด แฟนผมกลับมาขึ้นต้นมีอารมณ์มากขึ้น เราก็มี Sex กันได้บ่อยขึ้น จากก่อนหน้านี้เดือนละครั้ง กลายเป็นสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง กับหลายๆครั้งเค้าเป็นคนเปิดม่านบังตาก่อนด้วยครับ ก็ดูมีความสุขดี
แต่ช่วงต้นปีนี้ ผมเปลี่ยนงานใหม่เพื่อรับเงินเดือนที่สูงขึ้น เพื่อปรารถนาให้ครอบครัวสบายขึ้น แต่แน่นอนว่าต้องแลกมากับงานที่มากขึ้น กลับบ้านช้ากว่าเดิม บางครั้งถึงบ้านแล้ว พอกล่อมลูกเข้านอนเสร็จ ก็ต้องมานั่งทำงานต่อ เวลาแฟนผมมีอารมณ์ ผมก็มีไม่ได้ เพราะมันเหนื่อยกับบางครั้งงานก็ไม่เสร็จ เค้าก็หงุดหงิดไปหลายครั้ง แต่ผมก็พยายามปลอบเค้าว่า เพื่ออนาคตของลูกที่ดี ก็ต้องยอมแลกบ้างนะ เค้าก็โอเคเข้าใจดี
มาถึงช่วงกลางปีที่ผ่านมา ช่วงประมาณการบ่ายๆ ผมโทรหาเค้า จักชวนกินข้าวตอนเย็น เพราะงานน่าจะเสร็จเร็ว แต่เค้าไม่รับสาย เลยลอง Login เข้า Find my iPhone เพื่อเช็คว่าเค้าอยู่ที่ไหน เพราะว่าเค้าทำงานเป็น AE หาลูกค้าบ่อยๆ
ปรากฏว่าตำแหน่งของแฟนผม มันไปอยู่ในที่ๆแปลกจากครั้งก่อนๆ ผมก็ดูตำแหน่งแล้วเอาไปเปรียบกับ Google Maps แล้ว มันเผยว่า เป็นโรงแรมแห่งนึงบนถนนรามคำแหง ผมก็งงว่ามันไปโผล่ตรงนั้นได้ไง คงเป็นก็เพราะว่าแอพจับตำแหน่งผิดมั้ง ซักพักเค้าก็โทรกลับมา หมายว่าประชุมกับลูกค้าแถวหน้ารามเพิ่งเสร็จ ผมก็ไม่ได้คิดอะไร ชวนกินข้าวกันตามปกติ แต่ที่แปลกคือ คืนนั้นผมขอเค้ามี Sex ด้วยแต่ถูกปิดประตู เพราะว่าเค้าแจ้งให้ทราบว่าเหนื่อย ผมก็เลยหลับไปแทน
อีกไม่กี่วัน ผมก็ Login เข้า Find my iPhone เพื่อดูอีก ก็เจอไปขึ้นตำแหน่งเดิมอีก แต่ครั้งนี้แปลกใจมาก ก็เพราะว่าปกติแล้วแฟนผมจะไม่พบลูกค้าเจ้าเดิมเกินอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ผมก็ขึ้นต้นคิดเตลิด แล้วปลงใจขึ้นแท็กซี่ไปที่โรงแรมนั้น จังหวะที่ผมถึงหน้าโรงแรม
สิ่งที่ผมเห็นคือ รถของแฟนผมกำลังเลี้ยวออกมาจากโรงแรมนั้น แต่คนขับเป็นผู้ชาย แล้วมีแฟนผมนั่งข้างๆ ตอนนั้นแจ้งตรงๆครับว่าช๊อคมาก ทำอะไรไม่ถูก ลงมายืนแล้วหันกลับไปมองด้วยความงง จนคนขับแท็กซี่ต้องทวงค่ารถจากผม ผมใช้เวลายืนตรงนั้นอยู่นานแค่ไหนไม่รู้
พอตั้งสติได้ผมก็ขึ้นแท็กซี่กลับไปเอารถที่ออฟฟิศแล้วออกจากที่ทำงานไปหานั่งทำใจเลย รู้ตัวอีกทีก็ค่ำ และเลยเวลาปกติที่เข้าบ้านแล้ว ก็เลยกลับบ้าน เค้าถึงบ้านแล้วครับ แวบแรกที่หวังทำตอนนั้นคือ หวังบีบคอเค้าให้ตายไปเลย แต่พอเห็นหน้าลูกทั้ง 2 คนแล้วก็ตองยับยั้งใจ แล้วก็ทำตัวปกติหลังจากนั้น
ภายหลังวันนั้น ผมก็เช็คเค้าทุกวัน แต่ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ เพราะว่าส่วนใหญ่จักอยู่ที่ทำงานเค้าตลอด จนข้ามมาเกือบๆ 1 อาทิตย์ ตอนเช้าที่กำลังออกจากบ้าน เค้าแจ้งให้ทราบกับผมว่า วันนี้มีพาลูกค้าไปทานข้าวที่โรงแรมหนึ่งแถวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผมก็บอกเล่าว่า โอเค จักได้รีบกลับมาช่วยแม่ดูลูก แต่ในใจคิดว่า จะลองตามดูซักครั้ง กะว่าจะให้คาหนังคาเขาเลย แล้วเรา 2 คนก็ต่างออกไปทำงาน พอตกบ่ายผมก็เปิดฝาเช็ค Find my iPhone เรื่อยๆ จนซักคาดว่า 5 โมงเย็น ผมก็เห็นเค้าตั้งต้นเดินทางออกจากที่ทำงาน ผมก็ปลงใจออกจากที่ทำงานเหมือนกัน
โดยวันนั้นผมขอขอยืมรถของน้องที่ทำงานมาใช้ ผมขับมาดักเจอเค้าได้แถวๆ ลาดพร้าว แล้วแอบขับตามเรื่อยๆ จนถึงร้านอาหารหนึ่งบนเส้นรัชดา ผมขับตามไปถึงที่จอดรถ แล้วได้จอดอยู่ห่างเค้าไม่ไกลนัก พอเค้าจอดรถได้ แปปนึง ก็มีผู้ชายคนนึงเดินมาจากไหนไม่รู้ เดินมาหาเค้าที่รถแล้วเดินจับมือกันหายไปในทางเข้าร้านไป
ผมจำได้เลยว่าผู้ชายเป็นรุ่นน้องในกลุ่มเดียวกัน ถ้าผมมีปืนตอนนั้น ผมคงต้องยิงมันตายทั้งคู่แน่นอนครับ แต่ผมอดใจไว้ ทำได้แค่เหมือนถ่ายรูปไว้ก่อน ซักชั่วโมงกว่าๆ เค้าก็เดินจูงมือกลับมาที่รถกันครับ แล้วก็ออกรถไป ผมก็ขับตามอีก แล้วถ่ายรูปไว้เป็นระยะๆ เค้าขับมาไม่ไกลครับ แล้วก็เลี้ยวเข้าม่านรูดแห่งหนึ่งไป
ภาพนี้ทำผมน้ำตาไหลเลยครับ ในชีวิตนี้ผมไม่เคยคิดเลยครับว่า ผมต้องมาถูกคนที่ผมรักที่สุดมาหักหลังแบบนี้ ทั้งเจ็บใจ ทั้งเสียใจ อารมณ์ตอนนั้นบอกไม่ถูกแท้จริงๆครับ ผมไม่ปรารถนารอต่อแล้ว ก็เลยเอารถกลับไปเปลี่ยนกับน้องที่บ้านเค้าแล้วก็ดิ่งกลับบ้านทันที
ตราบถึงบ้านแล้ว ลูกคนเล็กหลับแล้ว แต่คนโตยังไม่หลับ ผมเลยเอาลูกมากล่อมที่ห้องผมเอง (ปกติลูกคนโตจะนอนกับย่า แต่คนเล็กจักนอนกับผมที่ห้อง) พอผมมองหน้าลูกทั้ง 2 คน ผมยิ่งนำตาไหลออกมาอีกครับ ผมสงสารลูก ผมไม่อยากได้ให้ลูกต้องมีครอบครัวที่แตกแยก
แต่ผมเองก็คงอยู่กับคนที่ทำกับผมแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว ตอนนั้นผมสับสนมากเลยครับ ว่าจักทำอย่างไรดี จนลูกถามว่า พ่อร้องไห้ทำไม ผมได้แต่ทูลลูกว่าไม่มีอะไร แค่พ่อทำงานเหนื่อยเท่านั้นเอง ผมกล่อมลูกจนหลับแล้วก็นั่งรอเค้ากลับบ้าน
พอเค้าขึ้นถึงบนห้อง ผมก็เอิ้นเค้าว่าขอคุยกันข้างล่างแปบสิ เค้าก็ตอบแบบอารมณ์เสียว่าไม่ลง จักอาบน้ำนอนแล้ว มีอะไรค่อยคุยพรุ่งนี้ ผมเอื้อนว่าพรุ่งนี้ไม่ได้ ต้องทุกวันนี้ ไม่หิวให้ลูกรู้ เค้าก็ไม่ยอมแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าไปอาบน้ำ
ผมจึงหยิบโทรศัพท์ลงไปข้างล่าง แล้วทยอยส่งรูปที่ผมถ่ายได้ ลงใน Line ของเค้าแล้วเปิดทีวีรอข้างล่าง หลังจากผมได้ยินเสียงเค้าเดินเข้าห้องได้ไม่นาน เค้าก็เดินลงมาพร้อมกับน้ำตา มาถึงตัวผมแล้วก็กอด ร้องไห้พร้อมขอโทษไป อารมณ์ผมตอนนั้นบอกให้ทราบตรงๆว่า มันไม่เหเลื่องความสงสารแล้วครับ สิ่งที่เค้าทำมันเกินกว่าที่ผมจักทนได้ ผมจึงผลักตัวเค้าออกไป แล้วบรรยายว่าผมมุ่งหมายรู้เรื่องทั้งหมด
แฟนผมเค้าบุกเบิกเล่าว่า เรื่องมันเกินช่วงที่เค้าไป Outing กับบริษัท แล้วช่วงปาร์ตี้ก็ดื่มแล้วเมา แล้วก็เผลอไปมีอะไรกับน้องในหมู่ มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบ กับใช้คำว่าผมให้เค้าได้ไม่พอ เค้าเลยต้องมีทางออกแบบนี้
จากนั้นเค้าก็ขอโทษแล้วข้อผูกพันว่าจะไม่ทำอีก ผมฟังจบแล้วรู้สึกขยะแขยงมากครับ ผมทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวมีความสุข แต่ผลตอบรับกลับมามันช่างไม่สมเหตุผลเลยครับ ผมเลยคุยกับเค้าว่า ผมไม่ยกโทษให้ ก็เพราะว่าผมพูดกับเค้าบ่อยๆตลอดชีวิตคู่ว่า ผมรับได้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องนี้ แต่เค้าก็ยังมาทำอีก
ผมยกโทษให้ไม่ได้จริงๆๆ ผมก็เอิ้นเค้าต่อว่า ผมมุ่งหมายเลิกกับเค้า แต่ผมสงสารลูก ผมจึงขอเค้าว่า ให้เราแสร้งทำเป็นอยู่ด้วยกันตามปกติได้มั้ย เพราะคิดว่าลูกทั้ง 2 ยังเล็กเกินกว่าจักรู้เรื่องแบบนี้ พร้อมทั้งไม่ตะกลามให้เค้าขาดคนใดคนหนึ่งไป
เพราะผมจะทนทำเป็นปกติกับเค้าเท่าที่อยู่ต่อหน้าลูก แต่ความแน่ๆแล้วผมจะแยกใช้ชีวิตกับเค้า ส่วนบ้านที่ผ่อนอยู่และค่าใช้จ่ายในบ้าน ผมจักจ่ายไปตามปกติ แต่ตราบผ่อนหมดจะใส่เป็นชื่อลูกทั้ง 2 ทันที ค่าใช้จ่ายลูกก็หารครึ่ง ด้วยกันทันทีที่ลูกเข้าถึงมัธยม ถึงจะตัดสินใจประภาษลูกอีกครั้ง เพราะจะชี้ทีละคน คนโตก็อีกไม่กี่ปี
แต่คนเล็กก็อีกเป็น 10 ปี ซึ่งหมายตรงๆครับว่าผมก็ไม่รู้ว่าจักอดทนได้ถึงวันนั้นหรือว่าเปล่า แต่ผมไม่มีทางกลับไปคืนดีกับเค้าแน่นอนครับ เค้าฟังเสร็จก็จักไม่ยอม พยายามจักง้อผมให้คืนดีให้ได้ ผมจึงพูดกับเค้าว่า ถ้าไม่ตกลง ก็คงต้องพังกันหมดในวันนี้พรุ่งนี้เลย สุดท้ายเค้าจึงยอมครับ
เรื่องนี้เกิดมาเกือบครึ่งปีแล้ว ชีวิตที่ทะลวงมา คนภายนอกจักเห็นว่าเหมือนเดิมครับ แต่จะมีเช่น 3 คนในโลกนี้ที่รู้คือ ผม เค้า พร้อมด้วยแม่ผมเท่านั้น เพราะว่าผมยังอยู่บ้านเดียวกัน นอนห้องเดียวกัน แต่เค้าจักนอนบนเตียงกับลูกคนเล็ก ส่วนผมปูเบาะนอนข้างล่างข้างเตียง (ลูกคนโตเคยถามว่าทำไมพ่อต้องปูเบาะนอนด้วย ผมตอบเค้าไปว่า น้องนอนดิ้นถีบพ่อบ่อย พ่อเลยต้องลงมานอนข้างล่าง) พาลูกไปเที่ยวตามปกติ ถ่ายรูปตามที่ลูกสั่ง เพื่อให้ทุกอย่างดูปกติที่สุด
วันไหนที่ทนไม่ไหว ก็ไปนั่งคุยกับแม่แล้วร้องไห้ไป ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง ผมไม่เคยเข้าไปดู Find my iPhone อีกเลยครับ เพราะว่าเค้าจักไปไหนก็เป็นเรื่องของเค้า เค้าก็พยายามมาพูดเรื่อยๆว่าไม่ได้ยุ่งกันแล้วนะ บางวันก็พยายามลงมานอนข้างผม ผมก็ลุกหนีลงมานอนชั้นล่าง แรกๆก็เจ็บปวดครับ แต่ทุกวันนี้ความเจ็บปวดริเริ่มหายไป กลายเป็นความชินชาแล้วล่ะครับ
ผมก็ถามตัวเองเสมอว่าทำไมเรื่องแบบนี้มันถึงเกิดกับผม เป็นเพราะว่าผมทำงานหนักมากเพื่อแลกกับเงินมากเกินไปหรือว่าเปล่า หรือว่าเทคโนโลยีทำให้ผมต้องเจอกับสิ่งนี้ ถ้าไม่มีมันผมก็คงไม่รู้เรื่องแบบนี้
เค้าเบื่อก็เลิกมาอยู่กับผมเองใช่ไหมเปล่า แต่ไม่เคยมีคำตอบครับ ทุกวันนี้คำตอบผมมีอย่างเดียวคือทำอย่างไรก็ได้ให้ลูกทั้งสองของผมมีชีวิตที่สมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงแม้ว่าผมจะเจ็บปวดมากแค่ไหนก็ตาม
ขอบคุณมากครับที่รับฟังการระบายของผม ผมไม่สมรรถให้คนรู้จักรู้เรื่องนี้ได้ยิ่งๆ แต่พอเก็บไว้มันก็อึดอัด การได้พิมพ์ออกมาเป็นตัวหนังสือ ก็ช่วยได้หน่อยนึง ส่วนทุกความเห็นผมขอขอบคุณล่วงหน้าครับ ผมคงได้แต่อ่าน แต่คงไม่ขอตอบอะไรทั้งสิ้นจากที่ได้แจ้งไปข้างต้นครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณที่มา: คุณ สมาชิกหมายเลข 1950451 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2557

5 โปรแกรมดีๆ Cleaner ทำความสะอาดระบบยอดชอบปี 2014

เนื่องด้วยคนที่รู้สึกว่า ช่วงหลังมานี้ยิ่งใช้งานคอมพิวเตอร์ เครื่องก็บุกเบิกช้าลง ของบางคน นอกจากเปิดเครื่องช้าจนชงกาแฟเสร็จแล้วยังขึ้นไม่เข้าวินโดวส์ ยังทำงานช้า เปิดไฟล์ช้าพร้อมกับสุดท้ายปิดเครื่องก็ยังช้าอีก แบบนี้คงปวดหัวอยู่ไม่น้อย
ส่วนหนึ่งนั่นก็เพราะเราใช้งานแบบไม่ได้ดูแลมากนัก บางทีเปิดเครื่องตั้งแต่เช้า ใช้ไปเรื่อยจนมืดค่ำหรือไม่บางครั้งไม่เคยปิดเลย ทั้งติดตั้งโปรแกรม เปิดไฟล์พร้อมด้วยใช้งานอีกสารพัด แบบนี้ไม่ช้าลงก็แปลก ก็เพราะว่าโปรแกรมมากมาย หน้าต่างเปิดเว็บไซต์ก็ค้างอยู่ ไฟล์ไม่เคยจัดเก็บเป็นระเบียบ แบบนี้ไม่ช้าอย่างไรไหว แต่ไม่เป็น ถ้ายังรู้ตัวทัน ก็พอแก้ไขได้ ด้วยโปรแกรมพวกที่เรียกว่า  นี้
ซึ่งในปี 2014 ต้องถือว่าเป็นอีกยุคหนึ่งของโปรแกรมที่ใช้จัดการไฟล์พร้อมทั้งดูแลระบบเหล่านี้ ลองดูกันว่ามีโปรแกรมอะไรบ้าง
Cleaner
Cleaner เป็นโปรแกรมในแนวที่ได้รับความนิยมด้วยผู้ใช้โน๊ตบุ๊คไม่ก็พีซีก็ตาม ด้วยการทำความสะอาดระบบกับจัดการไฟล์ไม่พึงประสงค์ เช่น Temp files, Cookie, File setup ด้วยกันบรรดาไฟล์ระบบ Registry รวมถึงช่วยในการ Defragment ให้อีกด้วย เพื่อให้ระบบมีความคล่องตัวในการทำงาน
CCleaner
1.CCleaner : เป็นโปรแกรมยอดนิยมที่เรียกว่าชอบติดอันดับเสมอมา ด้วยคุณสมบัติเด่นในการ จัดการไฟล์ เคลียร์พื้นที่ ฟังก์ชันที่ครอบคลุมการทำงาน ทั้งในส่วนของ Clear temp หรือว่า Clean ด้วยกัน Uninstall รวมไปถึงจัดการหน้าตาในการใช้งานที่เป็นมิตร ใช้งานง่ายพร้อมทั้งมีประสิทธิภาพ
wise
2.Wise Care 356 : โปรแกรมในการ Optimize ระบบ ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นในการ Cleaner ที่ดูแลทำความสะอาดในส่วนต่างๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น History, File Recent ใช่ไหมไฟล์ที่ต้องการลบแบบถาวร แม้ลูกเล่นจักไม่ได้หวือหวามากนัก แต่ที่น่าสนใจคือ ให้การทำงานที่ครอบคลุมในการดูแลระบบ
Advance
3.Advanced SystemCare : ใครที่ต้องการโปรแกรมเพราะด้วย การดูแล ตรวจเช็คและป้องกัน กับบรรดาเครื่องมือมากมายสารพัด ให้ใช้งานได้แบบเต็มสูบ กรณีที่ไม่ค่อยมีเวลาจัดการในระบบ โปรแกรมนี้ เป็นทางเระบือกที่น่าสนใจ เพราะว่าอย่างปลายปีอย่างนี้ ทำทีเดียวจบในตัว ไม่ต้องไปมองหาโปรแกรมเสริมอื่นๆ มาติดตั้งให้วุ่นวาย
SlimCleaner
4.Slim Cleaner : โปรแกรมเหตุด้วยการ Clean up ที่มีฟังก์ชันน่าใช้ ให้ความพร้อมในการจัดการไฟล์ระบบ, ซอฟต์แวร์, เบราว์เซอร์, History พร้อมเครื่องมือในการปรับแต่งที่มีมาให้ใช้งานกันแบบเต็มที่ ไม่มีกั๊ก
Glary
5.Glary Utilities : โปรแกรมตรวจสอบสุขภาพระบบแบบหัวจรดเท้า เพราะว่ามีให้เโจษจันกใช้ตั้งแต่ ทำความสะอาด, ปรับแต่ง แก้ไขพร้อมทั้ง Optimize ระบบ พร้อมกับฟังก์ชันในการจัดการรีจิสทรีพร้อมทั้งลูกเล่นในการซ่อมแซมไฟล์ระบบกับการ ตั้งค่าความปลอดภัย พร้อมลูกเล่นอีกมากมาย ที่อัดแน่นมาให้ ครบทุกเรื่องในการดูแล

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1393605

วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ซัมซุงไทโหมโรง Samsung Galaxy A5 โลหะทั้งเครื่องอย่างเป็นทางการ

ในที่สุดซัมซุงไทยก็ไม่ ปลดให้เราๆ ต้องรอ Samsung  Galaxy A5 กันนานเพราะล่าสุดตราบใดค่ำคืนที่ทะลวงมานั้น Samsung  Galaxy A5 ได้เดินทางมาโหมโรงในเมืองไทยอย่างเป็นทางการแล้ว
Samsung  Galaxy A5 เป็นหนึ่งใน 3 ของสมาร์ทโฟนในตระกูล Samsung Galaxy A Series ซึ่งประกอบไปด้วย  Galaxy A3, Galaxy A5 กับ Galaxy A7
เหตุด้วยบ้านเรานำ Galaxy A5 เข้ามาจำหน่ายก่อนเป็นรุ่นแรก พร้อมด้วยมีแผนจักนำ Galaxy A7 เข้ามาวางจำหน่ายในอนาคต ส่วน Galaxy A3 นั้นหลังจากได้สอบถามผู้บริหารของ ซัมซุง ไทยแล้วได้คำตอบว่าจักไม่นำเข้ามาจำหน่ายครับ!!
สเปคเบื้องต้นของ Samsung Galaxy A5
- หน้าจอขนาด 5 นิ้ว แบบ Super AMOLED ความละเอียด 720 x 1280 พิกเซล
- หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Processor ความเร็ว 1.2 GHz
- RAM 2 GB
- หน่วยความจำภายในขนาด 16 GB รองรับ microSD Card สูงสุด 64 GB
- กล้องด้านหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
- กล้องด้านหลัง ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash
- รองรับ 4G LTE
- รัน Android 4.4 KitKat
- แบตเตอรี่ขนาด 2300 mAh
เพราะ Galaxy A5 ทางซัมชุงเค้าเน้นจุดเด่นที่ตัวเครื่องเป็นโลหะทั้งหมด ฝาหลังเป็นแบบ Unibody พูดง่ายๆ นั้นคือเป็นการประกอบทั้งเครื่องเป็นชิ้นเดียวกันหมด ส่วนของน้ำหนักเบา พร้อมกับตัวเครื่องที่เรียกได้ว่าบางแค่ 6.7 มม. พร้อมกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล เน้นถ่ายภาพ Selfie โดยเฉพาะ
ต่อมาเป็นเรื่องของกล้องที่เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ Samsung  Galaxy A5 เพราะกล้องหน้ามีความละเอียดสูงถึง 5 ล้านพิกเซล ถูกใจคนรักการ selfie แน่นนอน
ส่วนกล้องหลังมีความละเอียดอยู่ที่  13 ล้านพิกเซลครับ อย่างที่แย้มไว้ตอนต้นว่ากล้องเป็นอีกจุดเด่นของรุ่นนี้ นั้นหมายความว่าฟีเจอร์เด่นๆ ในเรื่องการถ่ายภาพนั้นย่อมถูกอัดมาครบแน่นอน
ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชั่น Palm selfie ยกมือแทนการกดชัตเตอร์ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกขณะถ่ายภาพ
ฟังก์ชั่น Beautifying Effect แต่งภาพสวยสำหรับสาวๆ เป็นการปรับหน้าเนียนพร้อมกัน 3 คน เนียน + ผอม ใคร่ได้หน้าเรียว ตาโต แค่ไหนก็เป็นได้ทำได้ในขั้นตอนเดียว!!
กับอีกหนึ่งจุดเด่นนั้นคือฟังก์ชั่น Rear Cam Selfie ฟังก์ชั่นกำหนดจุดสำหรับถ่ายกล้องหลัง ทำให้มั่นใจได้ว่าคราวหน้าหากใช้กล้องหลังถ่ายภาพ ยังไงภาพที่ออกมาก็จะไม่ตกเฟรม หัวขาด ปากเบี้ยวแน่นอนครับ
นอกจากนี้นั้นฟังก์ชั่นเก่าๆ ที่เรารู้จักกันดีอย่าง Voice Selfie พร้อมทั้ง Wide Selfie ฝ่ายีใน Samsung Galaxy Note 4 ก็มีใน Galaxy A5 เช่นกัน
อ่อ...อีกเรื่องที่ยังไม่ได้พูดถึงนั้นคือ New interface & Ringtone ในส่วนของธีมมือถือที่ถูกปรับให้มีความแปลกใหม่ ขจัดปัญหาความน่าเบื่อ ช้ำซากออกไป เบื้องต้น New interface & Ringtone นั้นมีธีมให้เลือกใช้งานทั้งหมด 5 แบบด้วยกันจักเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต

ไหนๆ ก็ได้ทดลองจับเป็นคนแรกๆ ของเมืองไทยแล้วก็ขอพรีวิว Samsung Galaxy A5 กันนิดหน่อยละกันครับ
ด้านหน้าของ Samsung Galaxy A5 มองยังไงก็เหมือนฝาแฝด Samsung Galaxy Alpha ครับ
ด้านหลังของ Galaxy A5 นั้นอย่างที่เคยย้ำเตือนไว้ข้างต้นว่าถูกออกแบบมาแบบ Unibody พร้อมทั้งเป็นโลหะทั้งหมด
แม้จะเป็นแบบ Unibody แต่ก็มีช่องของซิมการ์ด พร้อมกับช่องเพิ่มหน่วยความจำอยู่ด้านข้าง
ตัวเครื่องด้านซ้ายไม่มีอะไรมาก มีปุ่มในการปรับเสียง ขึ้น-ลง เท่านั้นครับ
ด้านบนของตัวเครื่อง
ด้านล่างของตัวเครื่องประกอบด้วย ไมโครโฟนตัวหลักเนื่องด้วยสนทนา ช่องหูฟังขนาดมาตรฐาน กับพอร์ต microUSB เนื่องด้วยชาร์จแบตเตอรี่ หรือไม่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์
ประกบคู่กับ iPhone 6Plus หน่อยเป็นไงบางกว่าเห็นๆ
ด้านบนของหน้าจอแสดงผล ประกอบด้วย ลำโพงด้วยสนทนา, เซ็นเซอร์ต่างๆ พร้อมด้วยกล้องด้านหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง
กล้องด้านหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED ด้วยกันลำโพงเสียง
ทั้งหมดนี้เป็นพางการพรีวิวแบบง่ายๆ จากการได้ลองเล่นไม่เกิน 30 นาที สมมตตะกลามงานฉบับแบบจัดเต็ม รออีกสักพัก สมมุติได้เครื่องมาทดลองเล่นอีกครั้งทางกลุ่มงาน Sanook! Hitec สาบานว่าคราวหน้าจัดเต็มแน่นอนครับ เบื้องต้นพวกงานขอเคาะคะแนนความพอใจของ Samsung  Galaxy A5 ที่ 8.5 คะแนนครับ
เรียกได้ว่า มาความหรูหรา และแข็งแกร่งในหนึ่งเดียว สำหรับราคานั้นทางผู้เขียนได้สอบถามแล้วทางผู้บริหารทางซัมชุงเล่าเหมือนว่า จักอยู่ที่หมาย 1 หมื่นกลางๆ แม้ให้ผู้เขียนเดาดูก็น่าจักประมาณ 14,xxx บาท 
ส่วนวันวางจำหน่ายนั้นจะเปิดให้เป็นเจ้าของกันในเดือน มกราคม (ต้นปีหน้านั้นเอง) ส่วนของสีนั้นในเมืองไทยมีจำหน่ายทั้งหมด 3 สีได้แก่ สีดำ (Midnight Black), สีขาว (Pearl White) กับสีทองแชมเปญ (Champagne Gold) เพื่อช่วงแรกๆ นั้นจะมีแทบแค่สีดำ (Midnight Black) กับ สีขาว (Pearl White) เท่านั้นส่วนสีทองแชมเปญจักเข้ามาทีหลังครับ

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันพุธที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เเลื่องกดาวน์โหลดไฟล์ให้ปลอดภัย ถูกใจ ไม่โดนหลอก

การดาวน์โหลดไฟล์เป็นเรื่องปกติที่คนใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไปใช้ กัน โดยเฉพาะคนที่ชอบลองอะไรใหม่ๆ ก็มักจักตั้งหน้าตั้งตารอคอยการมาของซอฟต์แวร์ใหม่ๆ กันเป็นประจำเพราะที่บางทีไม่รู้ว่าไฟล์ที่ได้มานั้นใช้งานได้หรือไม่ก็ไม่ ไฟล์เต็มหรือเปล่า รวมถึงมีอะไรแปลกปลอมติดมากับไฟล์ รวมถึงการติดตั้งกับความเหมาะสมในการใช้งาน
ซึ่งบางกรณีอาจเกิดขึ้นจากการติดตั้งไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาแล้ว เช่น โฆษณา ซอฟต์แวร์แฝง มัลแวร์กับอื่นๆ ดังนั้นเราจึงต้องหาช่องทางที่เหมาะสมพร้อมกับปลอดภัย หากสนใจกับชื่นชอบในการดาวน์โหลดไฟล์มาใช้งานบ่อยๆ
Internet-download-manager-4
ใช้สัญชาตญาณในการสังเกต : ถ้าจักรักการดาวน์โหลดบ่อยๆ นั้น การหมั่นสังเกตพร้อมทั้งใช้สัญชาตญาณเป็นสิ่งสำคัญ เพราะไม่มีใครมาคอยบ่งได้ว่าเว็บใด ปลอดภัยหรือไม่ก็อันตรายได้ทั้งหมด ผู้ใช้เองต้องเป็นคนที่ดูรายละเอียดพร้อมด้วยจดจำว่าเว็บใดเป็นเช่นไรไม่ใช่หรือบางครั้ง
การที่เว็บลิงก์ให้ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ฟรีๆ ทั้งที่มีมูลค่าวางจำหน่ายในสนนราคาที่แพง รวมถึงการให้โหลด Crack, Serial ใช่ไหม Activate บางสิ่งอย่างที่ดูไม่ถูกต้องนัก ก็อาจจักนำพาเราไปยังจุดเสี่ยงได้ ตรงนี้ผู้ที่ดาวน์โหลดต้องสังเกตให้ดี
ก็เพราะว่าบางทีพลาดคลิกหรือไม่ก็ดาวน์โหลดมาแล้ว อาจส่งผลเสียต่อเครื่องได้เช่นกัน หรือไม่บางครั้งต้องใส่ข้อมูลสำคัญส่วนตัวเหรอคลิกลิงก์หลายครั้งจนเกินไป ก็เป็นสิ่งที่น่าสังเกตได้เช่นกัน
Internet
เลือเลื่องกดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ที่ได้รับความนิยมไม่ใช่หรือติดอันดับความน่าเชื่อถือ : การเลือกระฉ่อนกดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บลิงก์ที่มีการจัดอันดับไม่ก็ติดอันดับในการดาวน์โหลดจากโหวตต่างๆ ก็จัดว่าน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง
ไฟล์เหล่านี้ค่อนข้างวางใจได้ว่าเป็นโปรแกรมที่ดีกับได้รับการทดลองใช้งานจากบรรดาผู้ใช้เพราะทั่วไปมาพอสมควร การดาวน์โหลดมาใช้น่าจักให้ความสบายใจ มากกว่าที่จะเโจษกดาวน์โหลดไฟล์หรือไม่โปรแกรมที่ไม่ค่อยมี Feedback มากนัก แต่ข้อเสียคือ ถ้าหากเป็นคนที่ชอบทดลองของใหม่อาจจักต้องทำใจนิดนึง
Internet
รู้จักกับซอฟต์แวร์พรรณต่างๆ Freeware, Trialware พร้อมด้วยอื่นๆ : ก่อนที่เราจะดาวน์โหลดโปรแกรมใดมาใช้ก็ตาม ก็ควรจะต้องทำความรู้จักก่อนว่าเป็นโปรแกรมแบบใด ก็เพราะว่าในปัจจุบันมีโปรแกรมทั้งแบบ Freeware, Trial, Demo, Commercial และอื่นๆ
เพราะว่าบางครั้งเสียเวลากับการดาวน์โหลดมาใช้กับคาดหวังว่าจะได้ใช้งานนานๆ กลายเป็นว่าแค่เดโม ทดลองใช้ เปิดใช้งานได้บางฟีเจอร์ หรือไม่มีเวลาจำกัด บ้างก็มีลายน้ำหรือว่าโฆษณาติดมาด้วย ใช้งานได้ไม่เต็มที่ ไม่คุ้มกับการดาวน์โหลดพร้อมกับติดตั้งไว้ใช้งาน ดังนั้นก็ควรจักตรวจสอบให้ดีก่อนว่าเป็นโปรแกรมแบบใด
Office365-Home-freeload
Free  ไม่ได้หมายความว่าเป็น Free Software : เป็นเรื่องแน่ๆที่หลายคนอาจจะหลงไปกับการติดป้ายให้ดาวน์โหลดของเว็บไซต์ การที่ระบุว่า Free Download ดูเป็นสิ่งจูงใจ ที่ทำให้รู้สึกว่าต้องฟรี ใช้งานฟรี แต่แท้แน่นอนแล้ว ไม่ได้หมายความเช่นนั้น แต่การที่ฟรีดาวน์โหลด จะเป็นโปรแกรมแบบใดก็ได้ ทั้งแชร์แวร์ ฟรีแวร์ใช่ไหมเดโม ก็มีโอกาสทั้งหมด ผู้ใช้เองคงต้องตรวจเช็ครายละเอียดให้ดีก่อนว่า โปรแกรมเหล่านั้นมี Description อย่างไร ในรายละเอียด จะได้ไม่ต้องเสียเวลาดาวน์โหลดมาใช้ แล้วกลายเป็นว่าไม่ได้เป็นโปรแกรมฟรี
Internet-download-manager-3

มั่นใจว่าปุ่มที่ดาวน์โหลดนั้น เป็นปุ่มจริงใช่ไหมแค่ปุ่มจาก Advertisements : ควรจักดูให้มั่นใจก่อนว่าปุ่มที่คุณกำลังจะคลิกดาวน์โหลดนั้น เป็นปุ่มที่ใช้ในการลิงก์ไปยังไฟล์ที่ต้องการแน่นอนหรือว่าไม่ ก็เพราะว่าปัจจุบันการทำโฆษณาหลายส่วนเพื่อชักชวนให้คลิกลิงก์ในหลายเว็บไซต์ ถูกวางไว้อย่างแนบเนียน
การคลิกลิงก์ผิดเข้าไปอ่านโฆษณาก็ไม่ได้เสียหาย ปางแต่อาจจักทำให้เราเสียเวลาในการคลิกไปไม่ก็บางครั้งถูกหลอกให้รอพร้อมด้วยคลิ กลิงก์ต่อๆ ไปอีก ซึ่งไม่ได้เป็นผลดีต่อเราแต่อย่างใด ฉะนั้นถ้าหากเป็นปุ่มดาวน์โหลดลองมองให้ดีเสียก่อนว่าใช่ไม่ใช่หรือไม่
ติดตั้งโปรแกรมสร้างผ่านซอฟต์แวร์ของเว็บดาวน์โหลด : ในบางเว็บไซต์ไม่ได้ให้คลิกเพื่อดาวน์โหลดเพราะตรง แต่จักให้ติดตั้งโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดของเว็บนั้นๆ ก่อน จากนั้นจึงจะสามารถดาวน์โหลดไฟล์อื่นๆ ในเว็บไซต์ได้
โปรแกรมช่วยเหล่านั้นอาจไม่ได้มีผลอย่างไรต่อการดาวน์โหลด ก็เพราะว่าเป็นโปรแกรมตัวเล็กๆ ที่คอยเป็นประตูเชื่อม แต่ก็ขึ้นอยู่กับผู้พัฒนาว่าจักมีสิ่งใดแฝงอยู่ด้วยใช่ไหมเปล่าไม่ก็บางครั้งจัก เอาไว้คอยส่งโฆษณาให้เท่านั้น ซึ่งสมมติว่าไม่พอใจก็เป็นได้ลบทิ้งได้
McAfee-Advisor-1
ตรวจเช็คมัลแวร์ ด้วยบริการแบบออนไลน์ : การใช้บริการสแกนไวรัสไม่ก็มัลแวร์ออนไลน์ก็มีส่วนช่วยให้การดาวน์โหลด ปลอดภัยยิ่งขึ้น เพราะว่าบริการเหล่านี้มีอยู่มากมายบนโลกอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจักเป็น Norton, McAfee, Bit Defender, Panda กับอื่นๆ อีกมากมายให้เราเปิดเว็บไซต์ด้วยกันเเล่าลือกการสแกนในเบื้องต้นกับไฟล์ที่จะดาวน์โหลดก็เป็นอีกทางเฟุ้งเฟื่องกหนึ่งที่น่าสนใจ
กระบวนการเหล่านี้เป็นวิธีการที่จะช่วยให้คุณตกลงใจพร้อมทั้งวางใจได้ว่า จักมีความปลอดภัยมากขึ้นในการดาวน์โหลดไฟล์ โปรแกรมมาใช้ อย่างน้อยๆ ได้เป็นหนึ่งในข้อสังเกตที่ทำให้การเฟุ้งเฟื่องกใช้โปรแกรมที่ดาวน์โหลดมาอย่างมี ประสิทธิภาพ ไม่ต้องเสียอารมณ์กับการดาวน์โหลดไฟล์ที่เสียเวลานาน แต่ไม่คุ้มกับการใช้งาน
ขอบคุณที่มาของภาพ: nvareader.com, www.graphicsfuel.com

วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2557

5 สิ่งที่บุตรประสบ เมื่อคนแก่ใช้โซเชียลฯ

กลายเป็นปัญหาระดับชาติไปแล้ว ด้วยว่าการติดเน็ตเวิร์ค ซึ่งขณะนี้ไม่ใช่แค่วัยรุ่น วัยทำงาน อย่างพวกเราเท่านั้นพ่อแม่รวมถึงท่านผู้ใหญ่ในบ้านของเราก็ด้วย มาดูกันดีกว่าว่า 5 ข้อ ที่ลูกๆ หลานๆ
หลายบ้านต้องเจอ พอผู้ใหญ่ขึ้นต้นใช้โซเชียล มีอะไรบ้าง
1.ข้อความฟอร์เวิร์ดเมล์
วัยรุ่นอย่างเราทะลุมาแล้วกับยุคที่ส่งฟอร์เวิร์ดเมล์ ข้อความขำๆ หรือข่าวลวงๆแต่ผู้ใหญ่ของเราท่านไม่เคยเจอ แม้พวกเราจะเตือนแล้ว บอกกล่าวแล้วว่ามันไม่จริงแต่ก็จะพบว่ามีข้อความนี้ส่งมาในโปรแกรมสนทนาซึ่งเป็นกรุ๊ปแชทของบ้านอยู่ตลอด
2.มหกรรมสาดสติ๊กเกอร์ใส่
เคยไหมแบบเปิดมือถือมา เจอข้อความแจ้งเตือนเป็นร้อยไอ้เราก็นึกว่ามีเหตุด่วนเหตุร้อนเปิดมาปรากฎว่าเป็นการสาดสติ๊กเกอร์แข่งกันแบบไม่มีสาเหตุของลุงๆป้าๆ
3. รูปแท็กนั้น ที่ฉันไม่ต้องการ
ปกติก่อนจักลงเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรมเชื่อว่าทุกคนต้องข้ามการจัดการให้แน่ใจว่า ได้ตัดผ่านสารพัดแอพพลิเคชั่นแต่งภาพก่อนจักโชว์ออกสื่อได้ แต่ผู้ใหญ่หลายบ้านไม่ใช่อย่างนั้น ถ่ายปุ๊ปลงปั๊บหวังดีแท็กมาให้ด้วย
4.ขอเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก
ในยุคระยะเวลาที่เฟซบุ๊กเพิ่งชอบในไทยเราเชื่อกันว่ามันคือช่องทางการเล่นโซเชียลฯที่ปลอดภัยที่สุดก็เลยเป็นตัวของตัวเองไปหน่อย รูปเมาเรื้อน โพสต์ดราม่าต้องรีบเคลียร์ก่อนกดรับเป็นเพื่อน แล้วก่อนจะโพสต์อะไรคิดดีๆก็เพราะว่าบางทีพ่อแม่เราก็ไม่เข้าใจ มุขขำๆ ที่โพสต์เล่นๆ จักกลายเป็นเรื่องใหญ่โตไป
5.ดราม่า? อ่านแล้วไม่ตอบ ไม่กดไลค์ ไม่คอมเม้นท์
อันนี้น่ากลัวสุด บางทีเราเปิดอ่านดูก็เห็นว่าไม่มีอะไร ก็เลยไม่ตอบกลับหรือว่าบางทีก็ทำงานยุ่งจนไม่ได้เช็คเฟซบุ๊ก ปรากฏว่ามีถามว่าทำไมไม่กดไลค์ไม่รักไม่สนใจใช่มั้ย กลายเป็นเรื่องดราม่าไปซะงั้น
สุดท้ายนี้ทะเยอทะยานจักเสนอว่าบางทีที่ผู้ใหญ่มาริเริ่มใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กเค้าอาจแค่ต้องการใกล้ชิดลูกหลานอย่างเราก็เท่านั้นเอง
อาจจะพิมพ์ผิดบ้างถามห้วนๆบ้าง หรือว่ารัวส่งสติ๊กเกอร์ใส่บ้าง แต่เชื่อเถอะแค่เราตอบกลับไปสั้นๆไม่ใช่หรือเข้าไปกดไลค์ ไปคอมเม้นท์แซวบ้างอะไรบ้าง แค่นี้ท่านก็มีความสุขแล้ว